วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

จุดกำเนิดกระแสเกาหลี




         การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกระแสเกาหลี หรือที่รู้จักกันว่า ฮันยู๋ (Hallyu)    เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1990 หมายความถึงกระแสความนิยมเกาหลีที่ค่อยๆ คืบคลานมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นปรากฎการณ์ที่เหนือความคาดหมายของนักวิชาการหรือบรรดาสื่อมวลชน เพราะเป็นปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรมข้ามชาติที่ข้ามพ้นอิทธิพลทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคมของชาติมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ในโลกยุคดิจิตอล


Korean Pop Culture


       กระแสเกาหลีเป็นเรื่องเกี่ยวกับความนิยมชมชอบทางวัฒนธรรมร่วม สมัยของเกาหลี (Korean Pop Culture) ที่ผ่านเข้ามาทั้งทางภาพยนตร์โทรทัศน์, ภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์, เพลงป๊อป รวม ไปถึงเหล่าดารานักร้องจากประเทศเกาหลี
ในปี ค.ศ.1999 Shiri เป็นภาพยนตร์เกาหลีเรื่องแรกที่สามารถสร้างความสำเร็จภายนอกประเทศทั้งในญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน นับเป็นก้าวแรกที่เกาหลีเิริ่มมีอิทธิพลในวงการบันเทิงของเอเชีย และสร้างกระแสเกาหลี หลังจากนั้นเกาหลียังผลิตภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน อาทิ JSA, Friend, Silmido และ Taegukgi    



Shiri หนังเกาหลีเรื่องแรกShiri หนังเกาหลีเรื่องแรก
JSA หนังเกาหลีFriend หนังเกาหลี
Silmido หนังเกาหลีTaegukgi หนังเกาหลี



คลื่นกระแสเกาหลีที่โถมใส่เอเชียลูกต่อมา และสามารถรุกเข้ามาสู่ประเทศไทยได้ คือ ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ หรือที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อ ซีรีส์เกาหลี นับแต่ละครเกาหลีเรื่องแรก Wish Upon a Star หรือ ลิขิตแห่งดวงดาว,รักนี้ชั่วนิรันดร์ หรือ Autumn in my heart , เพลงรักในสายลมหนาว Winter Love Song , แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง มาจนถึง Full House สะดุดรักที่พักใจ และ Princess Hours เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา กลายเป็นจุดที่สร้างอิทธิพลต่อความชื่นชมกระแสเกาหลี ทั้งในเนื้อเรื่อง วิวทิวทัศน์ และตัวพระเอก - นางเอก ที่เป็นคนเกาหลี ได้มากกว่าสื่ออื่นๆ ทั่วทั้งทวีปเอเชีย


Autumn in my heartเพลงรักในสายลมหนาว Winter Love Song


ภาพยนตร์ชุด Winter Love Song ได้รับความนิมสูงสุดในกลุ่มของแม่บ้านญีุ่ปุ่นช่วงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และทำให้ดารานำแสดงฝ่ายชาย เบ ยอง จุน แจ้งเกิดในประเทศญี่ปุ่น มีการจัดนำเที่ยวตามรอยภาพยนตร์กันอย่างแพร่หลาย ขณะที่ แดจังกึม เรื่องราวตามเกร็ดประวัติศาสตร์เกาหลีเกี่ยวกับความสำเร็จของสตรีในยุคโชซอนประมาณ 500 ปีก่อน ซึ่งผู้ชายเป็นใหญ่ เธอสามารถเป็นหมอหลวงที่เป็นผู้หญิงคนแรกในวังหลวงได้ สร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารเกาหลีและยาสมุนไพรไปทั่วเอเีีชีย นักท่องเที่ยวหลายคนอยากจะเดินทางมาท่องเที่ยวเกาหลีเพื่อจะได้มาดูฉากพระราชวังเคียงบกกุงในภาพยนตร์ดังกล่าว

พระราชวังเคียงบกกุง

ด้านวัฒนธรรมเพลง วงดนตรีเกาหลีเริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นในจีนและได้หวันนับตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1990 สถานีโทรทัศน์ในเกาหลีไม่สามารถผลิตรายการดนตรีที่มีคุณภาพหรือมากพอเพื่อรับกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ วงดนตรีเกาหลีจึงหันมารุกเข้าสู่ตลาดเอเชีย เพื่อสร้างวงดนตรีเกาหลีเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากวงดนตรีป๊อปจากตะวันตก หรือญีุ่ปุ่น
วงบอยแบนด์เกาหลียุคบุคเบิก H.O.T. ติดอันดับอัลบั้มขายดีในเอเชีย ตามด้วยศิลปินเพลงทั้งเป็นวงดนตรี และตัวบุคคล อาทิ NRG SES , Baby Vox , เรน มาถึงรุ่นใหม่อย่าง ดงบังชินกิ , ซูเปอร์จูเนียร์ (Super Junior) และวันเดอร์เกิร์ล ( Wonder Girls ) ว่ากันว่า ความสำเร็จของวงบอยแบนด์หรือเกิร์ลแบนด์เกาหลี มาจากรูปร่างหน้าตาที่ดูสดใสและน่ารัก ดูเป็นเด็กสามารถเต้นรำได้เก่ง ขณะที่คุณภาพในการร้องกลายเป็นเรื่องรอง

H.O.T.Baby Vox
เรน rain



    กระแสเกาหลีที่สามารถแพร่ขยายไปทั่วทวีปเอเชียนั้ืน เกิดจากการดำเนินงานโดยภาครัฐเป็นผู้กำหนดแนวนโยบายและสนับสนุนเงินทุนในเบื้องต้น และขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน
วัฒนธรรมเกาหลีถูกแทรกแซงโดยวัฒนธรรมตะวันตกหลังการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลี ช่วงปี ค.ศ. 1945-1980 เกาหลีได้สร้างวัฒนธรรมขึ้นใหม่เพื่อปกป้องตนเองจากวัฒนธรรมอเมริกัน โดยให้ความสำคัญกับการค้นหาตัวตนหรือเอกลักษณ์ของชาติและมรดกทางวัฒนธรรม รัฐบาลเป็นผู้ควบคุมและออกกฏระเบียบ วางรากฐานทางด้านกฏหมาย กองทุน สถาบันการศึกษา ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1981-1992 รัฐบาลได้เพิ่มการส่งเสริมทางด้านศิลปะทั้งแบบดั้เงเดิมและร่วมสมัย พร้อมวางแนวนโยบายแผนหลักทางวัฒนธรรม 10 ปี โดยเน้นวัฒนธรรมเพื่อปวงชนทั้งมวล เมื่อเข้าสู่ปี ค.ศ. 1993 รัฐบาลเปลี่ยนบทบาทใหม่เป็นการส่งเสริมมากกว่าการควบคุม ด้วยเห็นว่าวัฒนธรรมสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
จนถึงปี ค.ศ. 1998 รัฐบาลเกาหลีได้ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น โดยรวมเรียกว่าอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ประกอบด้วยอุตสาหกรรมย่อย อาทิ ภาพยนตร์ เพลง วีดีโอ สิ่งพิมพ์ การกระจายเสียง การออกแบบ ตัวการ์ตูน ความบันเทิงที่ให้ความรู้ (Edutainment) และวางวิสัยทัศน์ทางวัฒนธรรมเข้าสู่สังคมดิจิตอล วัฒนธรรมในบริบทนี้จึงเป็นวัฒนธรรมที่หลากหลายและเป็นวัฒนธรรมในเชิงโลกาภิวัตน์ ส่งเสริมให้วัฒนธรรมเกาหลีสามารถแข่งขันได้ในกระแสโลกาภิวัตน์ โดยเชื่อว่า วัฒนธรรมเกาหลีมีเอกลักษณ์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในส่วนนี้
   ในปี ค.ศ. 1999 รัฐบาลได้ออก พ.ร.บ. ส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ทำให้เกิดมีองค์การมหาชนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ เช่น สถาบันส่งเสริมและพัฒนาเกาหลี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์วิจัยทางวัฒนธรรม สถาบันการศึกษาเทคโนโลยีทางวัฒนธรรม ความสำเร็จของอุตสาหกรรม วัฒนธรรม (Culture Content) เป็น 1 ใน 7 สาขาที่มีศักยภาพในการเติบโตในอีกสิบปีข้างหน้า โดยอยู่ในวิสัยทัศน์อุตสาหกรรมเกาหลี ปี ค.ศ. 2020 และประมาณว่าในปี ค.ศ. 2030 ประเทศเกาหลีจะสามารถส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรมเป็นมูลค่ากว่า 13,761 ล้านเหรียญสหรัฐ และเกิดการจ้างงานประมาณ 1,604,888 คน
บทความจากจุลสารวิชาการอิเลคทรอนิกส์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่เขียนโดย ดร.วไลลักษณ์ น้อยพยัคฆ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานกรุงโซล

เอเจนซี่โฆษณาในเกาหลีใต้


Ad Expenditure: Forecast 2012 US$7.5bn (GroupM est Summer 2011)


South Korea's leading advertisers in 2010 were:
 Samsung Hyundai Motors
 KT Group Amore Pacific
 SK Telecom Procter & Gamble
 LG Group Dongsuh Food
 Kia Motors Hi Mart
Source: GroupM
Other Leading Advertisers
 Lotte Group GM Daewoo


South Korea's leading advertising agencies in 2005 were:
 Cheil Communications Publicis Welcomm
 LG Ad (now HS Ad) Phoenix Communications (Dentsu)
 TBWA Korea Oricom Inc
 Daehong Communications (Lotte Group) Innocean (Hyundai)
 Diamond Ogilvy McCann Erickson
Source: KFAA

Best ads from Korea, Republic of (South Korea) now




Interactive

Innisfree: You star in an ad with Yoona



KIA's interactive campaign through Innored, Seoul is creating the movie just for the consumers with their friends in it. Rather than just sending a message.





Interactive

Kia Motors: Like Lab





Filming an Innisfree ad with Yoona! You have been cast for the lead role of an Innisfree Forest for Men ad. Create your own ad with Yoona, who awaits you. Agency: Innored, Seoul.



Print

Hankook Tire: Ice


















Innocean, Seoul print ads for Hankook Tire






Interactive

Samsung NX100: Create your world




















Category          Home electronics



ที่มา http://www.bestadsontv.com/country/313/Korea-Republic-of-South-Korea

ความนิยมในประเทศเกาหลี

















        ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่ากระแสวัฒนธรรมเกาหลีมาแรงมาก และได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ละครทีวี ภาพยนตร์  เพลงป็อป รวมทั้งเหล่าบรรดาคนดังชาวเกาหลีด้วย  วัฒนธรรมเกาหลีสามารถครองใจและมีอิทธิพลต่อผู้คนในประเทศต่างๆแถบเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้อย่างมหาศาล   ทำให้ สื่อต่างๆ หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ยอมรับกระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลีที่พุ่งสูงขึ้น ถึงกับขนานนามปรากฏการณ์นี้ว่า “คลื่นวัฒนธรรมเกาหลี” (Hallyu ในภาษาเกาหลี) เมื่อเดือนมีนาคม 2002 สำนักข่าว AP ของสหรัฐ รายงานข่าวนี้ในหัวข้อ “เก๋จริงกิมจิ “kim chic” ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเกาหลีสร้างกระแสและครองความนิยมแรงมากไปทั่วแถบเอเซีย ตั้งแต่อาหาร เพลง จนถึง รูปคิ้ว และแบบรองเท้า ทั้งๆที่แต่เดิมนั้นกระแสวัฒนธรรมแนวป็อปถูกโตเกียวและฮอลลีวูดครอบงำมาอย่างยาวนาน (Visser, 2002) นอกจากนี้ บทความในหนังสือ Hollywood Reporter ยังกล่าวไว้ว่า “เกาหลีได้เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการกระโจนออกจากการวนเวียนอยู่ในแวดวงเดิมๆเข้าสู่ตลาดภาพยนตร์ที่ร้อนแรงที่สุดในเอเซีย” (Segers, 2000)

     ย้อนไปในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เกาหลียังไม่มีศักยภาพพอที่จะส่งกระแสวัฒนธรรมออกนอกประเทศเลย นักวิชาการทั้งหลายยังไม่สนใจที่จะวิพากษ์วิจารณ์ด้วยซ้ำไป เช่น  ในหนังสือ Oxford History of World Cinema ฉบับปี 1996 ไม่มีการเอ่ยถึงภาพยนตร์เกาหลีเลย และยังคงชื่นชมภาพยนตร์จากไต้หวัน ฮ่องกง จีน และ ญี่ปุ่น (Nowell-Smith, 1996) เพลงเกาหลีเองก็ยังถูกเมินจากนักวิจัย ดังที่ปรากฏในข้อคิดเห็นในหนังสือ World Music : The Rough Guide ที่พิมพ์ในปี 1994 ว่า “ตัวประเทศเองก็มีการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจอย่างไม่ตรงทางนัก แต่ในแง่ของวงการเพลง นับว่าไม่มีอะไรเทียบเคียงได้กับเพลงร่วมสมัยที่โดดเด่นของอินโดนีเซีย โอกินาวา หรือ ญี่ปุ่น.” (Kawakami and Fisher, 1994)
         ในตอนที่กระแสวัฒนธรรมเกาหลีดังใหม่ๆนั้น  แม้แต่ชาวเกาหลีเองยังไม่ค่อยยอมเชื่อข่าวที่ว่าคนต่างชาติยอมรับและคลั่งไคล้วัฒนธรรมเกาหลีเสียด้วยซ้ำ เช่น
สิ่งที่เรียกกันว่าเกิดกระแส เบ ยอง จุน (Bae Yong Jun) (หรือ Yon-sama syndrome) ในญี่ปุ่น อาจทำให้ประชาชนเกาหลีโดยทั่วไปอย่างข้าพเจ้ารู้สึกว่า “มีความสุขปนฉงนสนเท่ห์”…… ขณะที่เรามีความภาคภูมิใจว่าเรากลายเป็นผู้ส่งออกวัฒนธรรมได้เหมือนกันหลังจากเป็นแต่ผู้นำเข้ามานานเต็มที่แล้ว แต่เราก็ยังคงฉงนอยู่ดีว่าวัฒนธรรมของเราจุดไหนที่โดนใจคนต่างชาติได้ขนาดนี้ (Lee, 2004)
       ข้อความจากนิตยสารเกาหลีที่ยกมาข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงปฏิกิริยาของชาวเกาหลีที่มีต่อปรากฏการณ์กระแสวัฒนธรรมเกาหลีที่แพร่หลายออกไป ประเทศเกาหลีนั้นต่อสู้ดิ้นรนเรื่องวัฒนธรรมของตนเองมานานมากแล้ว ทั้งยังต้องเผชิญกับการคุกคามและครอบงำจากวัฒนธรรมต่างชาติอีกด้วย จากจิตใต้สำนึกในฐานะเป็น”ผู้ถูกกดขี่” ในเชิงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้คนเกาหลียอมเชื่อข่าวเรื่องปรากฏการณ์กระแสวัฒนธรรมเกาหลี
      มีการรายงานว่ากระแสวัฒนธรรมเกาหลีเริ่มต้นขึ้นในประเทศจีน ประมาณปี 1997 เมื่อมีการนำละครทีวีเกาหลีเรื่อง What is Love All About? ออกอากาศทางช่อง CCTV ของจีนและสร้างกระแสฮิตติดตลาดอย่างรวดเร็ว และเป็นเรตติ้งสูงสุดอันดับสองเป็นประวัติการณ์ของทีวีจีนทีเดียว (Heo, 2002) ปรากฏการณ์ที่ไม่คาดคิดนั้นส่งผลให้ละครซีรีส์เกาหลีเรื่องอื่นๆสามารถครองใจผู้ชมชาวจีนได้เช่นเดียวกัน นับตั้งแต่นั้นมา ละครทีวีเกาหลีได้ครองเวลาออกอากาศในประเทศอื่นๆอีกมากมาย เช่น ไต้หวัน ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งเริ่มเปิดกว้างด้านสื่อในช่วงทศวรรษ 1990  นอกจากนั้น การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในเอเชียเมื่อปลายทศวรรษ 1990 เอื้อต่อสถานการณ์และผู้ซื้อรายการทีวีด้วย เนื่องจากรายการของเกาหลีมีราคาถูกกว่ามาก กล่าวคือ ในปี 2000 ละครทีวีเกาหลีราคาเพียงหนึ่งในสี่ของละครญี่ปุ่น และ หนึ่งในสิบของละครฮ่องกง ด้วยเหตุนี้เอง ยอดการส่งออกของรายการทีวีเกาหลีจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี 2007 ยอดส่งออกสูงถึง 150.95 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับยอดส่งออกในปี 1999 ซึ่งสูงเพียง 12.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (กระทรวงวัฒนธรรมและท่องเที่ยว, 2008)






        ภาพยนตร์และเพลงจากเกาหลี ดังและได้รับความนิยมทั่วเอเซียควบคู่กับละครทีวีเกาหลี เช่น คณะนักร้องชาย (boy band)วง H.O.T. สามารถไต่อันดับความนิยมสูงสุดในประเทศจีนและไต้หวันในปี 1998  ด้วยความดังของนักร้องกลุ่มนี้ซึ่งแม้แยกวงไปแล้วเมื่อกลางปี 2001 อัลบั้มเพลงของพวกเขายังคงขายได้อย่างต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง  ในปี 2002 นักร้องวัยรุ่นเกาหลี BoA ออกอัลบั้มแรกก็โด่งดังทันทีและเพลงยังติดอันดับยอดนิยมของ Oricon Weekly Chart ที่ญี่ปุ่นอีกด้วย  ซึ่งเทียบได้กับการจัดอันดับเพลงยอดนิยมของ American Billboard Charts ทีเดียว (Visser, 2002) ส่วนเพลงและการเต้นของวงนักร้องหญิงเกาหลี เช่น Wonder Girls และ Girls’ Generation ก็ได้รับความนิยมทั้งในประเทศกัมพูชาและประเทศไทยจนทุกวันนี้ มีแฟนเพลงจำนวนมาก และนักร้องในประเทศที่รับวัฒนธรรมเกาหลีต่างก็พากันเลียนแบบพวกเขาด้วย ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ปรากฏว่าภาพยนตร์เกาหลีได้รับการวิจารณ์ว่าสามารถดึงดูดผู้ชมได้จำนวนมหาศาลทั่วภูมิภาคเอเซีย



     ยิ่งกว่านั้น ดาราเกาหลียังสร้างกระแสรุนแรงต่อวัฒนธรรมของผู้บริโภค ตั้งแต่ อาหาร แฟชั่น แนวการแต่งหน้า และการศัลยกรรมเสริมสวย  ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เห็นวัยรุ่นชาวเอเชียตกแต่งกระเป๋าเป้ สมุด และห้องของพวกเขาด้วยรูปดาราเกาหลี ดาราหญิงที่ได้รับความนิยมมากได้แก่ Lee Young-ae, Song Hae Gyo, Kim Hee Sun และ Jeon Ji-hyun จนมีข่าวว่าคนที่คลั่งไคล้อยากเหมือนดาราเหล่านี้ถึงกับขอให้หมอทำศัลยกรรมใบหน้าให้เหมือนดาราที่ตนชื่นชอบ (Join.com, 2001; Straits Times, 2002a and 2002b) และมีรายงานข่าวว่าดาราเกาหลีหลายคนทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแล้ว ทำให้พวกผู้หญิงจากจีน เวียดนาม และสิงคโปร์แห่กันไปเกาหลีเพื่อทำศัลยกรรมใบหน้ากับศัลยแพทย์เกาหลี ตอนนี้มีคนตั้งชื่อปรากฏการณ์นี้ว่า กระแสศัลยกรรมพลาสติคแบบเกาหลี (Kim Chul-Jong, 2009)

ที่มา http://baitoay.wordpress.com/2012/12/23/165/

องค์กรสนับสนุนสื่อภาคประชาชนและตัวอย่างรายการสื่อจากประชาชน


องค์กรสนับสนุนสื่อภาคประชาชน


- กลุ่มผู้ชม (Viewers movement) จับตาติดตามรายการของสื่อกระแสหลัก (สื่อแพร่ภาพกระจายเสียง) วิพากษ์วิจารณ์การนำเสนอข้อมูลด้านต่างๆ เช่น รายการต่างๆ ทางโทรทัศน์ ละครชีวิต โดยมีองค์กรเคลื่อนไหวภาคประชาชนต่างๆ เข้าร่วมดำเนินงาน เช่น PCMR (People’s Coalition for Media Reform), CCDM (Citizen’s Coalition for Democratic Media), Woman Link โดยมีแผนกศูนย์การเคลื่อนไหวด้านสื่อ (Center of Media Activism Department) ทำงานเคลื่อนไหวในประเด็นผู้หญิง


- กลุ่มสหภาพแรงงานด้านสื่อและการสื่อสาร (Trade Union in media and communication) มุ่งเป้าไปที่สื่อกระแสหลัก ทำการวิพากษ์วิจารณ์สื่อกระแสหลักโดยหวังว่าจะทำให้สื่อกระแสหลักเปลี่ยนแปลง


- กลุ่มนักสร้างหนังและทำวีดิโออิสระ (Independent film and VDO) เช่น สมาคมผู้สร้างหนังภาพยนตร์อิสระแห่งประเทศเกาหลี (Korean Independent Film Maker Association), สภาภาพยนตร์ (Korean Film Council)

- กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสื่อเทคโนโลยีไซเบอร์ (IT activism) เช่น Jinbonet, Chamsaesang



ตัวอย่างรายการสื่อจากประชาชน

· “Lobour, Labour” ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์ RTV ผลิตรายการโดย Labour News Production สาระสำคัญของรายการนี้เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงาน เช่น การนัดประท้วงหยุดงาน เงื่อนไขสภาวะในการทำงาน แรงงานนอกระบบ (Irregular worker) ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวต่อสู้ของแรงงาน โดยรายการนี้ประกอบด้วยรายการพูดคุย (studio talk) และข่าวเอนิเมชั่น (animation news) 

· “Action V” ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์ RTV ซึ่งผลิตรายการโดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสื่อ โดยมีนักเคลื่อนไหวด้าน
สื่อในท้องถิ่นเข้ามาร่วมผลิตด้วย นักเคลื่อนไหวด้านสื่อเหล่านี้ทำคลิปวีดิโอเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น

· Open Channel ของสถานีโทรทัศน์เคบีเอส จัดให้เป็นช่องทางเพื่อการเข้าถึงของสาธารณะ ประชาชนสามารถเข้ามาผลิตรายการและออกอากาศผ่านช่อง Open Channel

· Our TV รายการ จากสถานีโทรทัศน์ระบบเคเบิลที่ออกอากาศในภูมิภาค Gangneung หรือในภูมิภาค Buan ที่ประชาชนผลิตรายการต่อต้านขยะนิวเคลียร์


· รายการวิทยุเกี่ยวกับชีวิตคนรักร่ววมเพศ ที่ผลิตโดยชาวเกย์ และเลสเบี้ยน ออกอากาศทางคลื่นวิทยุชุมชนมาโป เอฟเอ็ม 100.7 MHz, กรุงโซล เอฟเอ็ม 107.2 รายการออกอากาศเป็นประจำทุกวันพุธ และพฤหัสบดี เวลา 24.00 – 01.00น 
ทิพยอักษร มันปาติ


ที่มาhttp://www.happytokorea.com/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=11&id=417&Itemid=142

สิทธิและหลักประกันพื้นที่การสื่อสารของภาคประชาชน





กฎหมายรับรองสิทธิการสื่อสารของประชาชน 

- กฏหมายรัฐธรรมนูญของเกาหลีฉบับปัจจุบันของเกาหลีใต้ระบุห้ามไม่ให้รัฐบาลทำการแทรกแซงสื่อ 

- กฎหมายสื่อแพร่ภาพและกระจายเสียง ปี ค.ศ. 2000 ได้รับรองการแพร่ภาพกระจายเสียง การมีส่วนร่วมของสาธารณะ และรับรอง สิทธิของท้องถิ่น (Borough Right) เช่น สถานีแพร่ภาพและกระจายเสียงภาคพื้นดินทุกแห่งต้องมีคณะกรรมการท้องถิ่น และในสถานีภาคพื้นดินทุกแห่งต้องดำเนินการออกรายการติดตามจับกระแส (monitoring program) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในทุกๆ วันเสาร์ ช่วงบ่าย แม้ว่ารายการนี้จะเป็นรายการที่ทำโดยสถานีโทรทัศน์ ที่ท้องถิ่นไม่ได้ทำการผลิตเองโดยตรง แต่ก็เป็นรายการที่เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์ของพลเมือง 

- กฎหมายการแพร่ภาพกระจายเสียง ค.ศ. 2000 ระบุว่า “ตามประกาศของประธานาธิบดี รายการสื่อแพร่ภาพกระจายเสียงควรจะจัดสรรเวลามากกว่า 100 นาที เพื่อให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมในรายการ โดยผู้ชมเป็นผู้ผลิตรายการรายเดือน” ด้วยเหตุนี้ สถานีเคบีเอส จึงดำเนินตามแนวทางกฎหมายเพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะ โดยเปิดช่องทางการเข้าถึงและมีส่วนร่วมของสาธารณะให้เข้ามาร่วมผลิตรายการไทรทัศน์ และออกอากาศผ่านช่อง Open Channel 

สิทธิการมีส่วนร่วมผลิตสื่อและสื่อสารด้วยตนเอง 

      สถานีโทรทัศน์สาธารณะ RTV เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตรายการ รวมทั้งให้เป็นผู้สื่อสารเรื่องราวของตนเอง เช่น กลุ่มชาติพันธ์ วัฒนธรรมย่อย เกย์ เลสเบี้ยน แรงงาน แรงงานต่างชาติกลุ่มแรงงานข้ามชาติ โดยกำหนดให้มีโครงสร้างช่องทางการเข้าถึงสื่อคือ 
1.พื้นที่เปิดให้เข้าถึง (Open Access) 
2. การขยายช่องทางให้เข้าถึง (Outreach Access) 
3. การสนับสนุนให้เข้าถึง (Supporting Access) โ

  โดยส่งเสริมประชาชนที่ต้องการผลิตรายการ แต่ไม่มีความสามารถที่จะผลิตรายการ หรือ มีทักษะในการผลิตแต่ไม่มีทุน ด้วยการสนับสนุนการฝึกอบรมทักษะ เงินทุนและอุปกรณ์เพื่อใช้ในการผลิตรายการความหลากหลายและคุณภาพของ

เนื้อหา : เนื้อหารายการที่มีคุณภาพและตอบสนองประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายในสังคม เช่น กลุ่มชาติพันธ์ วัฒนธรรมย่อย เกย์ เลสเบี้ยน 

แรงงาน แรงงานต่างชาติ เช่น RTV มีรายการโลกของผู้ใช้แรงงาน (Migrant Worker World) ออกอากาศเดือนละ 1 ครั้ง โดยรายการข่าวออกอากาศเป็นภาษาต่างประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 9 ภาษาคือ จีน มองโกเลีย รัสเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ อินโดนีเซีย เนปาล และอังกฤษ 

กองทุนสื่อ : กฎหมายการแพร่ภาพกระจายเสียงของเกาหลีใต้ฉบับปัจจุบันกำหนดว่า กองทุนพัฒนาสื่อแพร่ภาพกระจายเสียงส่วนหนึ่งควรใช้เพื่อสนับสนุนรายการที่ประชาชนเข้าถึงและร่วมผลิตได้ เพื่อสนับสนุนสื่อภาคประชาชน และสื่อขนาดเล็ก 

สภาผู้ชม : ทำหน้าที่สะท้อนเสียงจากภาคประชาชน กดดันให้ผู้ผลิตสื่อผลิตรายการที่สนองความต้องการของประชาชนที่หลากหลาย และให้ความสำคัญกับเนื้อหารายการที่มีคุณภาพ

โครงสร้างสื่อในประเทศเกาหลีใต้


โครงสร้างสื่อในประเทศเกาหลีใต้


สื่อของเกาหลีใต้สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ หนังสือพิมพ์ สื่อกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ต 

หนังสือพิมพ์ : โดยส่วนใหญ่มีเจ้าของเป็นกลุ่มเครือบริษัทและมีโครงสร้างลักษณะทุนนิยม ไม่ได้เป็นของสาธารณะ แม้ว่าจะมีกฎหมายสื่อสาธารณะ เพื่อสนับสนุนหนังสือพิมพ์ขนาดเล็ก และสื่อทางเลือกก็ตาม 




















สื่อกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ : จำแนกออกเป็น ระบบภาคพื้นดิน (terrestrial) ระบบสายเคเบิล (cable), ระบบแซทเทิลไลท์ หรือ ดาวเทียม (satellite) และระบบอินเทอร์เน็ต (internet)

ระบบภาคพื้นดิน : โทรทัศน์ระบบภาคพื้นดินในระดับประเทศ มี 4 ข่ายสถานี คือ 1) เคบีเอส (Korea Broadcasting Service System) ประกอบด้วย 2 ช่อง 2) เอ็มบีซี และ 3) อีบีเอส 

นอกเหนือจากนี้เป็นสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินระดับท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของโดยเอกชนด้วย เช่น เอสบีเอส, พีเอสบี ที่ปูซาน เป็นต้น สถานีโทรทัศน์แห่งชาติระบบภาคพื้นดินในเกาหลีใต้ช่องสถานีโทรทัศน์ การดำเนินงาน 
1. อีบีเอส โทรทัศน์สาธารณะด้านการศึกษา ดำเนินงานอยู่ได้ด้วยรายได้จากค่าสมาชิก 
2. เคบีเอส เคบีเอส ช่องที่ 1 ช่องโทรทัศน์ของรัฐบาลที่นำมาจัดให้เป็นช่องสาธารณะ ช่องที่ 1 ดำเนินการโดยมีรายได้จากค่าใบอนุญาต (Licence) เป็นภาษีที่ประชาชนทุกคนที่มีโทรทัศน์ต้องจ่าย คนละ 250 วอนต่อเดือน คล้ายกับระบบโทรทัศน์ของบีบีซี ประเทศอังกฤษ 

      เคบีเอส ช่อง 2 ช่องโทรทัศน์ของรัฐบาลที่นำมาจัดให้เป็นช่องสาธารณะ ช่องที่ 2 แต่หารายได้จากการค้า ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมเกาหลีว่าประชาชนควรจ่ายเงินให้กับ เคบีเอส หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้เป็นช่องสาธารณะอย่างแท้จริง และในขณะเดียวกัน เคบีเอสช่อง 2 ก็หารายได้ทางการค้า 

3. เอ็มบีซี โทรทัศน์สาธารณะดำเนินงานบริหารโดยมูลนิธิสาธารณะแห่งหนึ่ง มีรายได้สนับสนุนการบริหารสถานีโดยทางการค้าเพียงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับรายได้ค่าใบอนุญาตที่มาจากเงินภาษีที่ประชาชนทุกคนที่มีโทรทัศน์ต้องจ่าย นับว่ากรณีของเอ็มบีซี เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ถูกกำหนดเป็นช่องโทรทัศน์สาธารณะ แต่ขณะเดียวกันกลับมีรายได้จากทางการค้า 

4. เอสบีเอส สถานีโทรทัศน์ของเอกชนบริษัทรายหนึ่ง 
ระบบเคเบิล : โครงสร้างของระบบเคเบิล ส่วนใหญ่มีเอกชนเป็นเจ้าของช่องสัญญาณ แต่บางช่องสัญญาณเป็นของคนท้องถิ่นที่ดำเนินการเป็นช่องโทรทัศน์เพื่อสาธารณะ 

ระบบแซทเทิลไลท์หรือดาวเทียม : มีเครือบริษัทเอกชน คือ สกายไลฟ์ เป็นเจ้าของให้บริการระบบแซทเทิลไลท์ 


ระบบอินเตอร์เน็ต : อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้าทำให้เกิดสื่อทันสมัย (new media) ขึ้นมามากมาย สื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพในระบบภาคพื้นดินจะถูกหลวมรวมข้ามข่ายสู่ระบบดิจิตอล (Media Convergence) โดยปัจจุบันสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพในระบบภาคพื้นดินของเกาหลีใต้ ได้เปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอลแล้วประมาณ 30%-40% และจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิตอลทั้งประเทศประมาณปี ค.ศ. 2012
“อีกด้านหนึ่ง การเกิดขึ้นของสื่อทันสมัยแบบใหม่ๆ และการหลวมรวมข้ามข่ายสื่อสู่ระบบดิจิตอลอาจนำมาสู่การทำลายระบบสื่อและการสื่อสารได้ กล่าวคือ สื่อใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นยังไม่มีการเตรียมแผนอย่างละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างเนื้อหาสื่อในอนาคต ทั้งในเรื่องการเมือง และความเป็นประชาธิปไตย” 
MR. Myoung-joon Kim ประธาน MediAct, กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ 25 สิงหาคม 2550 


3. สื่อสาธารณะ

สถานีแพร่ภาพกระจายเสียงระบบภาคพื้นดินสาธารณะ

· เคบีเอส ( Korea Broadcasting Service System)โทรทัศน์สาธารณะ มี 2 ช่องย่อย คือ เคบีเอส 1 และ เคบีเอส 2 

· เอ็มบีซี สถานีโทรทัศน์สาธารณะดำเนินงานบริหารโดยมูลนิธิสาธารณะแห่งหนึ่ง

· อีบีเอส สถานีโทรทัศน์สาธารณะสถานีเพื่อการศึกษา

สถานีโทรทัศน์ระบบดิจิตอลแซทเทิลไลท์สาธารณะ

· RTV สถานีโทรทัศน์สาธารณะในระบบดิจิตอลแซทเทิลไลท์ แพร่ภาพสัญญาณได้ทั่วทั้งคาบสมุทรเกาหลีและรวมไปถึงภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด ดำเนินการโดยมูลนิธิการแพร่ภาพและกระกระจายเสียงของพลเมือง (Citizen’s Broadcast Foundation) สถานีวิทยุชุมชนสาธารณะ

· Mapo Community Radio วิทยุชุมชนมาโป เอฟเอ็ม 100.7 MHz, กรุงโซล หนึ่งในสถานีวิทยุชุมชนนำร่อง 8 แห่งทั่วประเทศ ที่เกิดจากนโยบายรัฐบาลสนับสนุนให้มีการนำรูปแบบวิทยุชุมชนมาทดลองดำเนินการในเบื้องต้นก่อน 3 ปีแรก ตั้งแต่ปี 2548 โดยกำหนดให้มีกำลังการกระจายเสียง 1 วัตต์ หรือมีรัศมีกระจายเสียง 1 กิโลเมตร วิทยุชุมชนมาโปเกิดจากภาคประชาชนในเขตมา กรุงโซล 23 กลุ่ม ร่วมกันเสนอโครงการตามนโยบายจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนนำร่องของรัฐบาล

หนังสือพิมพ์

หนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่เป็นของเอกชน โดยมีหนังสือพิมพ์กระแสหลักหัวอนุรักษ์นิยม ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ 
1. โชชุน (Chosun Ilbo) 
2. โดงกา (Dong-a Ilbo) 
3. จุงกาง (JoongAng Ilbo) 


     อย่างไรก็ตาม กรณีหนังสือพิมพ์ฮันเกียวเร (Hankyoreh) นับเป็นตัวอย่างของหนังสือพิมพ์ซึ่งแตกต่างจากกระแสหลัก และปัจจุบันสามารถก้าวขึ้นมามีอิทธิพลด้านการสื่อสารในสังคมเกาหลีในอันดับต้นๆ ทั้งนี้ ฮันเกียวเร เกิดจากการต่อสู้เคลื่อนไหวทางสังคมของนักเคลื่อนไหวด้านสื่อและประชาชนเพื่อปลดแอกสื่อจากจากควบคุม และการเซนเซอร์ของรัฐบาลในยุคเผด็จการ จึงอาจถือได้ว่าเป็นตัวแทนของสื่อหนังสือพิมพ์สาธารณะหัวซ้ายก้าวหน้า และเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ โดยที่ประชาชน นักข่าว และคนทำงานในองค์กร เป็นผู้เข้าร่วมถือหุ้นในบริษัทหนังสือพิมพ์นี้
อินเตอร์เน็ต/สื่อทางเลือก

· จินโบเน็ต (Jinbonet) เครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอิสระของเกาหลีใต้ หนึ่งในเครือข่ายองค์กรการ
เคลื่อนไหวอิสระบนอินเตอร์เน็ต ที่มีความตื่นตัวมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ในฐานะศูนย์ให้บริการด้านคอมพิวเตอร์ (sever) และการสื่อสาร รวมไปถึงบริการทางอินเตอร์เน็ต และการฝึกอบรมให้กับนักพัฒนาเกาหลี 

· เวบไซต์ชามเซซาง (Chamsaesang) สื่อทางเลือกบนภาคประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2548 
ในฐานะสื่อใหม่ (new media) ที่เป็นทางเลือกฝ่ายซ้ายของกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโปงความจริงของชีวิต และ การต่อสู้ดิ้นรนของประชาชน รวมไปถึงการมีส่วนร่วมสนับสนุนการสร้างสังคมสื่อทางเลือก โดยวางมีเป้าหมายการเป็นสื่อที่สามารถพัฒนาและเผยแพร่วาทกรรมสื่อทางเลือก, สามารถแสดงบทบาทของสื่อในแต่ละวันเช่นเดียวกันกับเป็นสื่อทางการเมืองเพื่อการต่อสู้ของประชาชน, ขยายวงสื่อสาธารณะต่อต้านระบบสื่อกระแสหลัก และขยายเครือข่ายภาคประชาชนที่อุทิศตัวเองเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคม

· สถานีข่าวทางอินเตอร์เน็ตโอมายนิวส์ (Oh My News) สถานีข่าวที่ประชาชนส่งมาเผยแพร่ได้ แต่มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่และถูกยึดกุมโดยภาคธุรกิจเอกชน 

ประวัติศาสตร์การเมืองภาคพลเมือง


1. ประวัติศาสตร์การเมืองภาคพลเมือง


     ประสบการณ์การต่อสู้ของประชาชนอย่างยาวนานภายใต้การกดขี่ของรัฐเผด็จทหารอย่างไม่ย่นย่อ ทำให้เกาหลีใต้สามารถก้าวขึ้นมาผงาดอยู่บนเวทีนานาชาติได้อย่างน่าชื่นชม กลายเป็นประเทศที่มีพื้นฐานภาคพลเมืองที่เข้มแข็ง ไปพร้อมๆ กับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสาร ดอกผลแห่งความสำเร็จจากการปฏิรูปสังคม การเมือง และสื่อ ของประเทศของเกาหลีใต้ มีความเกี่ยวพันกับกระบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้ทางสังคมของภาคพลเมืองอย่างแนนบแน่น โดยสามารถกล่าวสรุปพัฒนาการและดับเหตุการณ์ที่มีความสำคัญนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 ช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวต่อสู้ทางสังคมและการเมืองเกาหลีใต้ เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา ก่อนหน้านี้เกาหลีในขณะที่ยังไม่แยกเป็น 2 ประเทศ ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นจนกระทั่งมีการประกาศอิสรภาพเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1945 ต่อมาจึงแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ ซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างกัน เมื่อวันที่ 9 กันยายน 1948 โดยมีเส้นขนานที่ 38 แบ่งกั้นระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือ เกาหลีเหนือ (Democratic People s Republic of Korea) ปกครองในระบอบสังคมนิยม และสาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้ (Republic of Korea) ปกครองในระบอบประชาธิปไตย 


       ปี ค.ศ. 1980 เป็นช่วงเวลาของกระบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ มีการเดินขบวนประท้วงเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารของนายพลจุน ดู ฮวาน (Chun Doo-hwan) เริ่มมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 1980 ในพื้นที่หลักคือ กรุงโซล ปูซาน และกวางจู จนนำมาสู่เหตุการณ์สังหารหมู่อันโหดร้าย ทารุณมากที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของเกาหลีที่เมืองกวางจู (Kwangju massacre / Gwanju massacre) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1980 อย่างไรก็ตาม แม้การลุกขึ้นมาต่อสู้ของประชาชนพลเมืองในครั้งนั้นจะยังไม่สามารถนำพาประเทศก้าวไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยได้ แต่กระบวนการต่อสู้ที่เกิดขึ้นก็เป็นก้าวย่างสำคัญยิ่งที่เสริมสร้างความตื่นตัว และตระหนักในสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ต้องอยู่ภายใต้การถูกกดขี่ของรัฐบาลเผด็จการมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยขึ้นในปี 1992 โดยมีประธานาธิบดีจากการคัดเลือก กระบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้ในช่วงนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปในรูปแบบเดินขบวนประท้วงที่ออกนอกหน้า แต่เป็นการผสมผสานการเคลื่อนไหวต่อสู้แบบใต้ดินร่วมกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและมวลชน





          


          ในปี ค.ศ. 1987 ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม มีความพยายามต่อสู้ครั้งใหญ่โดยกลุ่มแรงงาน เพื่อก่อตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งในครั้งนั้นมีเพียงสหภาพแรงงาน FKTU เพียงองค์กรเดียว เป็นสหภาพแรงงานฝ่ายขวาอนุรักษ์นิยม ดังนั้นสหภาพแรงงานใหม่ฝ่ายซ้ายก้าวหน้าจึงเกิดขึ้น อาทิ กลุ่มฮุนได มอร์เตอร์ (Hyundai Motor), สหภาพสื่อ เช่น เคบีเอส (KBS) เอ็มบีซี (MBC), สหภาพแรงงาน (Trade Union) กลุ่มสหภาพแรงงานกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 1987-1992 เป็นรูปแบบกลุ่มแรงงานเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย (Democratic Labour Movement)





       ต่อมาในปี 1997 มีการนัดประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ทั่วประเทศซึ่งกินเวลาเป็นเดือน อยู่ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดี คิม แด จุง ขณะนั้นรัฐบาลพยายามคลอดกฎหมายใหม่ๆ โดยมีกฎหมายแรงงานเป็นหนึ่งในกฎหมายที่มีเนื้อหาสาระส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานและเงื่อนไขในการทำงาน (working condition) ของแรงงานนอกระบบ การประท้วงหยุดงานครั้งนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นว่ากลุ่มแรงงานคือกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการเมืองในประเทศเกาหลีเป็นอย่างมาก 
หลังจากปี 1997 เป็นต้นมา แนวความคิดเรื่องประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมได้มีพลังมากขึ้น จึงเป็นก้าวย่างสำคัญของการมีคณะรัฐบาลพลเรือนที่มั่นคง พร้อมกับกลุ่มการเคลื่อนไหวทางสังคมกลุ่มต่างๆ ผุดงอกและเบ่งบาน 


โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ 


1. องค์กรภาคประชาชน เช่น สหภาพแรงงาน (Trade Union) องค์กรชาวเกษตรกร (Farmer Organization) องค์กรภาคประชาชน (People Organization)


2. เอ็นจีโอ กลุ่มใหญ่ในลักษณะองค์กรภาคประชาสังคม (CSO : Civil Society Organization) แม้ไม่ได้เป็นองค์กรเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มใหญ่ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากมวลชนกลุ่มใหญ่ที่ให้ความสนใจกับสังคมเกาหลี

3. องค์กรการเคลื่อนไหวต่อสู้ (Activism Organization) และองค์กรสิทธิมนุษยชน (Human Rights Organization) 

4. กลุ่มพรรคการเมือง เช่น พรรคแรงงานประชาธิปไตย (Democratic Labour Party) สมาชิกของกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม