1. ประวัติศาสตร์การเมืองภาคพลเมือง
ประสบการณ์การต่อสู้ของประชาชนอย่างยาวนานภายใต้การกดขี่ของรัฐเผด็จทหารอย่างไม่ย่นย่อ ทำให้เกาหลีใต้สามารถก้าวขึ้นมาผงาดอยู่บนเวทีนานาชาติได้อย่างน่าชื่นชม กลายเป็นประเทศที่มีพื้นฐานภาคพลเมืองที่เข้มแข็ง ไปพร้อมๆ กับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสาร ดอกผลแห่งความสำเร็จจากการปฏิรูปสังคม การเมือง และสื่อ ของประเทศของเกาหลีใต้ มีความเกี่ยวพันกับกระบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้ทางสังคมของภาคพลเมืองอย่างแนนบแน่น โดยสามารถกล่าวสรุปพัฒนาการและดับเหตุการณ์ที่มีความสำคัญนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 ช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวต่อสู้ทางสังคมและการเมืองเกาหลีใต้ เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา ก่อนหน้านี้เกาหลีในขณะที่ยังไม่แยกเป็น 2 ประเทศ ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นจนกระทั่งมีการประกาศอิสรภาพเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1945 ต่อมาจึงแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ ซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างกัน เมื่อวันที่ 9 กันยายน 1948 โดยมีเส้นขนานที่ 38 แบ่งกั้นระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือ เกาหลีเหนือ (Democratic People s Republic of Korea) ปกครองในระบอบสังคมนิยม และสาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้ (Republic of Korea) ปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ปี ค.ศ. 1980 เป็นช่วงเวลาของกระบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ มีการเดินขบวนประท้วงเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารของนายพลจุน ดู ฮวาน (Chun Doo-hwan) เริ่มมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 1980 ในพื้นที่หลักคือ กรุงโซล ปูซาน และกวางจู จนนำมาสู่เหตุการณ์สังหารหมู่อันโหดร้าย ทารุณมากที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของเกาหลีที่เมืองกวางจู (Kwangju massacre / Gwanju massacre) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1980 อย่างไรก็ตาม แม้การลุกขึ้นมาต่อสู้ของประชาชนพลเมืองในครั้งนั้นจะยังไม่สามารถนำพาประเทศก้าวไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยได้ แต่กระบวนการต่อสู้ที่เกิดขึ้นก็เป็นก้าวย่างสำคัญยิ่งที่เสริมสร้างความตื่นตัว และตระหนักในสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ต้องอยู่ภายใต้การถูกกดขี่ของรัฐบาลเผด็จการมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยขึ้นในปี 1992 โดยมีประธานาธิบดีจากการคัดเลือก กระบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้ในช่วงนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปในรูปแบบเดินขบวนประท้วงที่ออกนอกหน้า แต่เป็นการผสมผสานการเคลื่อนไหวต่อสู้แบบใต้ดินร่วมกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและมวลชน
ในปี ค.ศ. 1987 ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม มีความพยายามต่อสู้ครั้งใหญ่โดยกลุ่มแรงงาน เพื่อก่อตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งในครั้งนั้นมีเพียงสหภาพแรงงาน FKTU เพียงองค์กรเดียว เป็นสหภาพแรงงานฝ่ายขวาอนุรักษ์นิยม ดังนั้นสหภาพแรงงานใหม่ฝ่ายซ้ายก้าวหน้าจึงเกิดขึ้น อาทิ กลุ่มฮุนได มอร์เตอร์ (Hyundai Motor), สหภาพสื่อ เช่น เคบีเอส (KBS) เอ็มบีซี (MBC), สหภาพแรงงาน (Trade Union) กลุ่มสหภาพแรงงานกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 1987-1992 เป็นรูปแบบกลุ่มแรงงานเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย (Democratic Labour Movement)
ต่อมาในปี 1997 มีการนัดประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ทั่วประเทศซึ่งกินเวลาเป็นเดือน อยู่ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดี คิม แด จุง ขณะนั้นรัฐบาลพยายามคลอดกฎหมายใหม่ๆ โดยมีกฎหมายแรงงานเป็นหนึ่งในกฎหมายที่มีเนื้อหาสาระส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานและเงื่อนไขในการทำงาน (working condition) ของแรงงานนอกระบบ การประท้วงหยุดงานครั้งนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นว่ากลุ่มแรงงานคือกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการเมืองในประเทศเกาหลีเป็นอย่างมาก
หลังจากปี 1997 เป็นต้นมา แนวความคิดเรื่องประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมได้มีพลังมากขึ้น จึงเป็นก้าวย่างสำคัญของการมีคณะรัฐบาลพลเรือนที่มั่นคง พร้อมกับกลุ่มการเคลื่อนไหวทางสังคมกลุ่มต่างๆ ผุดงอกและเบ่งบาน
โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ
1. องค์กรภาคประชาชน เช่น สหภาพแรงงาน (Trade Union) องค์กรชาวเกษตรกร (Farmer Organization) องค์กรภาคประชาชน (People Organization)
3. องค์กรการเคลื่อนไหวต่อสู้ (Activism Organization) และองค์กรสิทธิมนุษยชน (Human Rights Organization)
4. กลุ่มพรรคการเมือง เช่น พรรคแรงงานประชาธิปไตย (Democratic Labour Party) สมาชิกของกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น