วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ประวัติศาสตร์การเมืองภาคพลเมือง


1. ประวัติศาสตร์การเมืองภาคพลเมือง


     ประสบการณ์การต่อสู้ของประชาชนอย่างยาวนานภายใต้การกดขี่ของรัฐเผด็จทหารอย่างไม่ย่นย่อ ทำให้เกาหลีใต้สามารถก้าวขึ้นมาผงาดอยู่บนเวทีนานาชาติได้อย่างน่าชื่นชม กลายเป็นประเทศที่มีพื้นฐานภาคพลเมืองที่เข้มแข็ง ไปพร้อมๆ กับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสาร ดอกผลแห่งความสำเร็จจากการปฏิรูปสังคม การเมือง และสื่อ ของประเทศของเกาหลีใต้ มีความเกี่ยวพันกับกระบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้ทางสังคมของภาคพลเมืองอย่างแนนบแน่น โดยสามารถกล่าวสรุปพัฒนาการและดับเหตุการณ์ที่มีความสำคัญนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 ช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวต่อสู้ทางสังคมและการเมืองเกาหลีใต้ เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา ก่อนหน้านี้เกาหลีในขณะที่ยังไม่แยกเป็น 2 ประเทศ ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่นจนกระทั่งมีการประกาศอิสรภาพเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1945 ต่อมาจึงแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ ซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างกัน เมื่อวันที่ 9 กันยายน 1948 โดยมีเส้นขนานที่ 38 แบ่งกั้นระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือ เกาหลีเหนือ (Democratic People s Republic of Korea) ปกครองในระบอบสังคมนิยม และสาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้ (Republic of Korea) ปกครองในระบอบประชาธิปไตย 


       ปี ค.ศ. 1980 เป็นช่วงเวลาของกระบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ มีการเดินขบวนประท้วงเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารของนายพลจุน ดู ฮวาน (Chun Doo-hwan) เริ่มมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 1980 ในพื้นที่หลักคือ กรุงโซล ปูซาน และกวางจู จนนำมาสู่เหตุการณ์สังหารหมู่อันโหดร้าย ทารุณมากที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของเกาหลีที่เมืองกวางจู (Kwangju massacre / Gwanju massacre) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1980 อย่างไรก็ตาม แม้การลุกขึ้นมาต่อสู้ของประชาชนพลเมืองในครั้งนั้นจะยังไม่สามารถนำพาประเทศก้าวไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยได้ แต่กระบวนการต่อสู้ที่เกิดขึ้นก็เป็นก้าวย่างสำคัญยิ่งที่เสริมสร้างความตื่นตัว และตระหนักในสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ต้องอยู่ภายใต้การถูกกดขี่ของรัฐบาลเผด็จการมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยขึ้นในปี 1992 โดยมีประธานาธิบดีจากการคัดเลือก กระบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้ในช่วงนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปในรูปแบบเดินขบวนประท้วงที่ออกนอกหน้า แต่เป็นการผสมผสานการเคลื่อนไหวต่อสู้แบบใต้ดินร่วมกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและมวลชน





          


          ในปี ค.ศ. 1987 ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม มีความพยายามต่อสู้ครั้งใหญ่โดยกลุ่มแรงงาน เพื่อก่อตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งในครั้งนั้นมีเพียงสหภาพแรงงาน FKTU เพียงองค์กรเดียว เป็นสหภาพแรงงานฝ่ายขวาอนุรักษ์นิยม ดังนั้นสหภาพแรงงานใหม่ฝ่ายซ้ายก้าวหน้าจึงเกิดขึ้น อาทิ กลุ่มฮุนได มอร์เตอร์ (Hyundai Motor), สหภาพสื่อ เช่น เคบีเอส (KBS) เอ็มบีซี (MBC), สหภาพแรงงาน (Trade Union) กลุ่มสหภาพแรงงานกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 1987-1992 เป็นรูปแบบกลุ่มแรงงานเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย (Democratic Labour Movement)





       ต่อมาในปี 1997 มีการนัดประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ทั่วประเทศซึ่งกินเวลาเป็นเดือน อยู่ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดี คิม แด จุง ขณะนั้นรัฐบาลพยายามคลอดกฎหมายใหม่ๆ โดยมีกฎหมายแรงงานเป็นหนึ่งในกฎหมายที่มีเนื้อหาสาระส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานและเงื่อนไขในการทำงาน (working condition) ของแรงงานนอกระบบ การประท้วงหยุดงานครั้งนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นว่ากลุ่มแรงงานคือกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการเมืองในประเทศเกาหลีเป็นอย่างมาก 
หลังจากปี 1997 เป็นต้นมา แนวความคิดเรื่องประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมได้มีพลังมากขึ้น จึงเป็นก้าวย่างสำคัญของการมีคณะรัฐบาลพลเรือนที่มั่นคง พร้อมกับกลุ่มการเคลื่อนไหวทางสังคมกลุ่มต่างๆ ผุดงอกและเบ่งบาน 


โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ 


1. องค์กรภาคประชาชน เช่น สหภาพแรงงาน (Trade Union) องค์กรชาวเกษตรกร (Farmer Organization) องค์กรภาคประชาชน (People Organization)


2. เอ็นจีโอ กลุ่มใหญ่ในลักษณะองค์กรภาคประชาสังคม (CSO : Civil Society Organization) แม้ไม่ได้เป็นองค์กรเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มใหญ่ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากมวลชนกลุ่มใหญ่ที่ให้ความสนใจกับสังคมเกาหลี

3. องค์กรการเคลื่อนไหวต่อสู้ (Activism Organization) และองค์กรสิทธิมนุษยชน (Human Rights Organization) 

4. กลุ่มพรรคการเมือง เช่น พรรคแรงงานประชาธิปไตย (Democratic Labour Party) สมาชิกของกลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น